พวกเรา GEN Y และ GEN Z สายทำงานใหม่ ๆ หรือกำลังจะเริ่มทำงาน หรือแม้แต่คนที่อยากเปิดธุรกิจส่วนตัว หรือสาย content creator ที่กำลังหาเครื่องมือ AI ดี ๆ มาใช้งาน วันนี้มีเรื่องน่าสนใจมาฝาก ที่เหมือนเป็นการแชร์ประสบการณ์และข้อมูลตรงจากผู้อำนวยการ WHO ในการประชุมผู้นำ BRICS ครั้งล่าสุด วันที่ 6 กรกฎาคม 2025 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพนะ เราจะมาคุยกันเรื่องพี่ BRICS เค้าคุยอะไรกันบ้าง และสิ่งที่เราควรจับตาเกี่ยวกับ AI และเศรษฐกิจโลกในอนาคต
ความท้าทายต่อระบบพหุภาคี
ในโลกที่เรากำลังอยู่ตอนนี้ การทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ (หรือที่เราเรียกกันว่า “ระบบพหุภาคี”) กำลังเจอความท้าทายหนักหน่วงมาก แต่ข่าวดีคือ ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกหรือตัวจริงในวงการสุขภาพระดับโลก ได้จับมือกันตกลงเรื่องการรับมือกับโรคระบาดใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และดีมากที่แอฟริกาใต้ได้เป็นประธานในเจรจาข้อตกลงนี้
สิ่งที่กำลังจะตามมาคือการเร่งจัดทำภาคผนวกสำคัญ ที่ว่าด้วยเรื่องการเข้าถึงเชื้อโรคและแบ่งปันผลประโยชน์จากเชื้อโรค (Pathogen Access and Benefit Sharing) เพื่อให้ข้อตกลงนี้สมบูรณ์ พร้อมรับรองในปีหน้า โดยที่บราซิลก็จะเป็นเจ้าบ้านอีกครั้งในเวทีนี้ ใครจะคิดว่าเรื่องใหญ่ระดับนี้จะมีผลกับเราทุกคนทั้งโลกเลยนะ
การตัดงบประมาณความช่วยเหลือพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA)
หลายคนอาจไม่รู้ว่าการตัดงบช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนา มันส่งผลกับสุขภาพและชีวิตของประชาชนมากขนาดไหน โดยเฉพาะบริการสาธารณสุขเพราะขาดทุนจนคนที่ต้องการการรักษาไม่สามารถเข้าถึงได้ แถมยังทำให้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับความยากจนซ้ำเติมเข้าไปอีก
ในงานประชุมการเงินเพื่อการพัฒนา ครั้งล่าสุดที่เมืองเซบียา มีความก้าวหน้าสำคัญเรื่องกับดักหนี้ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในสาธารณสุขและการศึกษา
แนวทางที่ WHO แนะนำ คือ ประเทศต่าง ๆ ควรหาทางระดมทรัพยากรภายในให้ได้มากขึ้น ที่สำคัญคือทำให้ประเทศมีความมั่นคงทางการเงินด้วยตัวเอง เพื่อสนับสนุนระบบดูแลสุขภาพปฐมภูมิ ที่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบสุขภาพที่ครอบคลุมทุกคนได้อย่างแท้จริง
สรุปแล้ว “สุขภาพไม่ใช่ภาระค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตคนและความมั่งคั่งของชาติ” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ สำหรับพวกเรา GEN Y GEN Z ที่กำลังจะหยิบจับธุรกิจ หรือเลือกเส้นทางทำงานอย่างจริงจัง
บทบาทของปัญญาประดิษฐ์และเครื่องมือดิจิทัล
เราจะข้ามไม่ได้เลยกับเรื่องของ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกและวงการสุขภาพ เพราะในอนาคตสุขภาพโลกจะกลายเป็น “สุขภาพดิจิทัล”
AI ไม่ได้เป็นแค่แอปเจ๋งที่เพิ่มความเร็วหรือความสะดวก แต่มันสามารถ:
- ทำนายการระบาดของโรคล่วงหน้า
- ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำและเร็วขึ้น
- ขยายการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลไปยังพื้นที่ห่างไกล
- สนับสนุนการผลิตเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ในประเทศ
แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวังคือ การใช้งาน AI ต้องปลอดภัย มีจริยธรรม และเป็นธรรม ไม่ใช่ให้มีปัญหาด้านสิทธิส่วนบุคคล หรือทำให้คนบางกลุ่มถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
WHO จึงขอเชิญชวนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่ม BRICS ลงทุนกับ AI และสุขภาพดิจิทัลอย่างมีเป้าหมาย รวมถึงการกำกับดูแลและพัฒนายุคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้แข็งแรงด้วย เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมรับมือสุขภาพในอนาคต
ส่วนพวกเราทุกคนซึ่งเป็นคนที่เลือกเส้นทางสายงานใหม่หรือกำลังเริ่มธุรกิจ ทั้งโอกาสและความท้าทายของ AI กำลังอยู่ตรงหน้าเราแล้ว อย่าลืมหาความรู้และเตรียมตัวให้พร้อม เพราะสุขภาพที่ดีและเทคโนโลยีที่ดีจะพาเราไปข้างหน้าได้
ขอสรุปว่า ทุกอย่างอยู่ที่ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการลงทุนเพื่ออนาคตสุขภาพที่ดี ปลอดภัย และเท่าเทียม เพื่อทุกคนจริง ๆ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้วอยากให้ลองติดตามข่าวสารและพัฒนาการของ AI และความร่วมมือระดับโลกนี้ต่อไปครับ/ค่ะ













