ตลาดปัญญาประดิษฐ์ในชีวสารสนเทศมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเลยนะ คิดดูว่าปี 2025 มูลค่าตลาดอยู่ราวๆ 10.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วก็คาดว่าในอีกสิบปีข้างหน้า จะพุ่งไปถึง 33.52 พันล้านดอลลาร์แบบบึ่งๆ ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 14.31% หน้าตาแบบนี้ ใครทำธุรกิจหรือสนใจเทคโนโลยี AI ในสายชีวสารสนเทศต้องเริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้นแน่นอน
ภาพรวมตลาด AI ในชีวสารสนเทศ
AI ในชีวสารสนเทศไม่ได้เป็นแค่คำสวย ๆ แล้วนะ แต่มันคือเทคโนโลยีที่รวมตั้งแต่ Machine Learning (ML), Deep Learning (DL), Natural Language Processing (NLP) ไปจนถึงโครงข่ายประสาทเทียม ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางชีววิทยาแบบรวดเร็วและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการถอดรหัสจีโนม, ค้นคว้ายา, ทำนายโครงสร้างโปรตีน หรือจำลองโรคต่าง ๆ จุดประสงค์หลักก็เพื่อสนับสนุนการแพทย์แม่นยำและการวิจัยในหลาย ๆ ด้านนั่นเอง
เทรนด์และจุดเด่นของตลาด
- ข้อมูลชีวภาพซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะข้อมูลแบบ multi-omics ที่มาจากหลายแหล่ง ทำให้ต้องใช้ AI ที่ซับซ้อนเพื่อวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งขึ้น
- ความต้องการด้าน แพทย์แม่นยำ และ การแพทย์เฉพาะบุคคล ทำให้เครื่องมือ AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยเยอะ ๆ โตตามไปด้วย
- ทุนวิจัยและพัฒนาของบริษัทเภสัชภัณฑ์และชีวเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
- ภาครัฐหลายประเทศมีงบสนับสนุนโครงการด้านจีโนมและความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน
ปัจจัยขับเคลื่อนในแต่ละภูมิภาค
อเมริกาเหนือ คือพื้นที่ทองของตลาด AI ในชีวสารสนเทศ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง บวกกับการลงทุนวิจัย AI อย่างต่อเนื่อง และการนำไปใช้ในระบบสุขภาพกับชีวสารสนเทศที่เปิดกว้าง นอกจากนี้เทรนด์ Precision Medicine ก็เป็นตัวเร่งสำคัญ ทำให้ตลาดในภูมิภาคนี้มีมูลค่าถึง 4.31 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดว่าจะโตปีละ 14.43%
ส่วนใน เอเชียแปซิฟิก กำลังมุ่งหน้าสู่การเติบโตแบบรวดเร็วมาก ๆ บริษัทเภสัชฯ และชีวเทคโนโลยีขยายธุรกิจพร้อมกับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น จีนและอินเดียที่ลงทุนหนักมาก ตัวอย่างเด็ดคือ ปี 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย (IIT) อินดอร์ เปิดโรงเรียนวิชาการด้านชีววิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงความยั่งยืนและวิศวกรรมชีวการแพทย์ ด้วยความร่วมมือกับมูลนิธิ Bhupat & Jyoti Mehta ถือเป็นโครงการแรกในอินเดียที่ยกเครื่องแบบนี้
แน่นอนว่ายุโรปก็มีบทบาทไม่น้อย โดยเฉพาะเยอรมนีที่มีอุตสาหกรรมเภสัชฯ และชีวเทคโนโลยีแข็งแรง มีระบบสาธารณสุขที่ดีและรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ในด้าน AI เพื่อพัฒนาการแพทย์แม่นยำและสุขภาพแบบแม่นยำเช่นเดียวกัน
แง่มุมของเทคโนโลยีและบริการ
- ซอฟต์แวร์ ครองตลาดใหญ่สุดในปี 2024 กว่า 41% เพราะสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพปริมาณมหาศาลได้ดี ทั้งอัลกอริทึม แพลตฟอร์ม เครื่องมือ API และโมเดล AI ชั้นยอด
- บริการ AI คาดว่าจะโตเร็วสุด แน่นอนว่าความต้องการพัฒนาปรับใช้ AI แบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กรมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การจัดการข้อมูล การฝึกโมเดล การให้คำปรึกษา หรือบริหารจัดการระบบ AI
- การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) โดยเฉพาะแบบมีผู้สอน (Supervised Learning) ยังคงเป็นหัวใจหลักของตลาดในปี 2024
- แต่ช่วงปี 2025-2034 จะได้เห็นการเติบโตแรงของ Deep Learning โดยเฉพาะเครือข่ายปรปักษ์แบบสร้างสรรค์ (GANs) ที่ช่วยสร้างข้อมูลจำลองใหม่ ๆ ได้เยอะมาก
จุดใช้งานสำคัญและกลุ่มผู้ใช้งาน
ในแง่การใช้งานจริง กลุ่ม จีโนมิกส์ (Genomics) มีบทบาทใหญ่สุด โดยเฉพาะเรื่องการถอดรหัสและบันทึกข้อมูลยีน ซึ่งสำคัญมากสำหรับแพทย์เฉพาะบุคคลและงานวิจัยยา ส่วนการค้นคว้าและพัฒนายามีแนวโน้มเติบโตเร็วสุด เพราะ AI ช่วยให้การค้นติดเป้าหมายยาแม่นขึ้นและต้นทุนลดลง
ถ้ามองกลุ่มผู้ใช้ ตลาดนี้ถูกครองโดยบริษัทเภสัชภัณฑ์และชีวเทคโนโลยีที่ต้องการเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนายาแม่น ๆ กันเลย ส่วนกลุ่มผู้ให้บริการด้านสุขภาพคาดว่าจะโตเร็วมากในช่วงปี 2025-2034
สำหรับคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือกำลังมองหาเครื่องมือ AI มาช่วย ไม่ว่าจะสร้างธุรกิจส่วนตัว หรือทำคอนเทนต์ ตลาดนี้ก็มีเครื่องมือ AI ที่ตอบโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพ รวมถึงสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างดีเลย
สรุป
ตลาด AI ในชีวสารสนเทศกำลังเปลี่ยนโลกชีววิทยาและการแพทย์ จากมูลค่าหลักพันล้านดอลลาร์ ตีตลาดเกิน 10 พันล้านในไม่กี่ปี แล้วพุ่งทะยานไปแตะ 33.52 พันล้านในปี 2034 ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำและการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ที่ไหนมีการลงทุน วิจัย และการนำ AI มาช่วย วิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น ที่นั่นคือพื้นที่โอกาสสำคัญของธุรกิจและนวัตกรรม
ที่มาของข้อมูล https://www.precedenceresearch.com/artificial-intelligence-in-bioinformatics-market











