ไมโครซอฟท์ผสาน Deep Research จาก OpenAI สู่ Azure AI เพิ่มพลังวิจัยอัจฉริยะให้องค์กร
ไมโครซอฟท์เพิ่งเพิ่มฟีเจอร์ Deep Research ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีของ OpenAI เข้ามาใน Azure AI Foundry Agents เพื่อช่วยให้คนทำงานรุ่นใหม่ คนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือแม้แต่คนที่อยากเริ่มธุรกิจส่วนตัว หรือทำคอนเทนต์ สามารถใช้ AI ในการวิจัยข้อมูลเชิงลึกแบบอัตโนมัติได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์เลย
Deep Research คืออะไร?
ง่ายๆ ก็คือมันเป็นระบบวิจัยอัตโนมัติที่ฝังให้ทำงานในระบบขององค์กรหรือแอปที่คุณใช้ แล้วทำหน้าที่เสมือนนักวิจัยมือโปรไว้ค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ ขยายผล และจัดการข้อมูลได้เป็นหมื่นเป็นพันแหล่งอย่างรวดเร็วและชัดเจน ที่สำคัญคือคุณจะเห็นแหล่งข้อมูลที่มันดึงมาด้วย แถมสั่งงานหรือให้ AI ช่วยทำงานต่อผ่านแอปฯ หรือเวิร์กโฟลว์ต่างๆ ได้อีก
ฟีเจอร์เจ๋งๆ ที่ทำให้ Deep Research น่าสนใจ
- สามารถสร้าง AI agents ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้เชิงลึก
- ติดตามที่มาของข้อมูลได้ ทำให้เราเชื่อถือผลลัพธ์ได้
- ผสานกับระบบที่มีอยู่เดิมได้ เช่น Logic Apps, Azure Functions หรือ Foundry connectors
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการตัดสินใจได้กว่าเดิม
ใครได้ประโยชน์บ้าง?
นอกจากองค์กรใหญ่ๆ แล้ว คุณ ที่กำลังเริ่มทำงาน หรือทำงานสายเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ ธุรกิจส่วนตัว หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ก็สามารถดึง AI ตัวนี้มาใช้ช่วยในการทำงาน วิจัย หรือหาไอเดียได้ ไม่ว่าจะเป็น
- ช่วยสร้างข้อมูลเชิงลึกสำหรับคนที่ทำงานด้านการเงินหรือลงทุน
- เร่งการค้นคว้าวิจัยในวงการสุขภาพ เช่น การพัฒนายาหรือวัคซีน
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจการผลิต
หลักการทำงานของ Deep Research
Deep Research รวมเอาเทคโนโลยีจาก OpenAI และไมโครซอฟท์มาใช้ เช่น โมเดล GPT รุ่นต่างๆ และ Bing เพื่อช่วยหาข้อมูลที่สดใหม่และเชื่อถือได้
ขั้นตอนคร่าวๆ ของมันคือ
- เมื่อคุณสั่ง AI ออกไปทำวิจัย AI ตัวแทนก็จะใช้ GPT-4o และ GPT-4.1 ช่วยเติมข้อมูลที่ขาดไปและกำหนดกรอบงานชัดเจน
- จากนั้นจะดึงข้อมูลคุณภาพสูงจาก Bing มาเพียบ
- วิเคราะห์สังเคราะห์และปรับข้อมูลเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่สรุปธรรมดา
- ตามด้วยการทำรายงานที่มีโครงสร้างพร้อมโชว์แหล่งข้อมูลและที่มาของเนื้อหา
เทียบกับคู่แข่งและราคาเป็นยังไง?
ไมโครซอฟท์ไม่ใช่รายเดียวที่ทำเรื่องนี้ Google Cloud ก็มี Gemini Deep Research จาก Gemini 2.5 Pro ส่วน AWS ยังไม่มีให้ใช้งานจริง แต่โชว์ตัวอย่างแอป Bedrock Deep Researcher ที่ทำบทความและรายงานอัตโนมัติได้
สำหรับราคา Deep Research บน Azure AI Foundry Agent Service ราคาประมาณ
- 10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อการประมวลผลอินพุต 1 ล้านโทเคน
- 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเอาต์พุต 1 ล้านโทเคน โดยใช้โมเดล o3-deep-research
- เพิ่มแคชข้อมูลสำหรับโมเดล 2.5 เหรียญต่อ 1 ล้านโทเคน
และยังมีค่าบริการแยกสำหรับการใช้ Bing Search และโมเดล GPT พื้นฐาน ในส่วนการถามตอบหรือชี้แจงเพิ่มเติมด้วย
โดยรวมแล้ว นี่คือโอกาสดีๆ ที่ทำให้ AI วิจัยเชิงลึกกลายเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงง่ายขึ้น เหมาะสำหรับทั้งคนทำงานเก่าใหม่ คนที่ทำธุรกิจส่วนตัว หรือคนอยากใช้ AI มาช่วยทำคอนเทนต์ และเจาะลึกข้อมูลเพื่อสร้างไอเดียหรือวิเคราะห์ตลาดแบบมือโปรได้อย่างชิลๆ เลย
ที่มาของข้อมูล https://www.infoworld.com/article/4018689/microsoft-brings-openai-powered-deep-research-to-azure-ai-foundry-agents.html













