ถ้าคุณกำลังเปิดใจลองใช้ ChatGPT หรือแชทบอท AI เพื่อเป็นที่ปรึกษาทางจิตใจ หรือช่วยเรื่องปัญหาสุขภาพจิตต่างๆ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ได้ออกมาเตือนไว้อย่างชัดเจนว่า การแชทเหล่านี้ ไม่ได้เป็นความลับหรือส่วนตัวอย่างที่หลายคนคิด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เราควรใส่ใจมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าใครใช้แอปนี้พูดคุยในเรื่องส่วนตัวหรือละเอียดอ่อน
ทำไม ChatGPT Therapy Chats ไม่ได้เป็นความลับ?
Sam Altman อธิบายว่า ข้อมูลที่เราคุยกับ ChatGPT จะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบ AI ซึ่งหมายความว่า ข้อความของเราอาจถูกแชร์ในทีมงานหรือถูกวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้เราควรระวัง เพราะมันไม่เหมือนการพูดคุยกับนักจิตวิทยาจริงๆ ที่จะเก็บเป็นความลับ แต่ข้อมูลของเรากับ AI อาจไม่ปลอดภัยหรือส่วนตัวขนาดนั้น
แล้วแปลว่ายังไงสำหรับคนที่ใช้ ChatGPT เป็นที่ปรึกษาทางจิต?
ถ้าคุณซึ่งเพิ่งเริ่มทำงาน หรือกำลังมองหาเครื่องมือ AI มาช่วยในการสร้างธุรกิจหรือทำ content ส่วนตัว อย่าลืมว่า ถึงแม้ AI จะช่วยให้คุณได้ไอเดียหรือระบายความรู้สึกได้ง่าย แต่มันไม่เหมาะกับเรื่องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง หรือเรื่องสุขภาพจิตที่ซับซ้อน
ดังนั้น ถ้าคุณจะใช้ ChatGPT ในการพูดคุยเรื่องนี้ ต่อไปนี้คือข้อควรระวัง:
- อย่าแชร์เรื่องลับหรือข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป
- รู้ไว้ว่า ข้อมูลของคุณอาจจะถูกนำไปใช้งานต่อ ไม่ใช่เก็บรักษาแบบส่วนตัวสุดๆ
- ถ้าต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตจริงจัง ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
สรุปคำเตือนสำหรับ Gen Y และ Gen Z ที่ใช้งาน AI
AI อย่าง ChatGPT เป็นเครื่องมือเจ๋งๆ ที่ช่วยคุณประหยัดเวลา เพิ่มไอเดีย และแก้ปัญหาเล็กๆ ในชีวิตและธุรกิจได้ดี แต่ต้องจำไว้เสมอว่ายังมีขีดจำกัดเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะกับเรื่อง sensitive เช่น สุขภาพจิต หรือข้อมูลลับ
เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต อย่ารับข้อมูลจาก AI เหล่านี้เป็นคำตอบเด็ดขาดในเรื่องความลับ หรือใช้เป็นที่ปรึกษาด้านจิตใจแทนคนจริง เพราะสุดท้ายการตัดสินใจ หรือการรักษา ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเท่านั้น
สร้างสมดุลในการใช้ AI ให้เป็นตัวช่วยที่ฉลาด และเข้าใจข้อจำกัดของมัน เพื่อให้ความคิดสร้างสรรค์และธุรกิจของคุณได้เติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย
ที่มาของข้อมูล https://www.hindustantimes.com/world-news/us-news/chatgpt-therapy-chats-are-not-private-warns-openai-ceo-sam-altman-101753462807870.html













