แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI เพิ่งออกมาเตือนว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจแทนที่งานหลายอาชีพจนตลาดแรงงานมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เมื่อ AI มาแทนที่งานบริการลูกค้า
ในการไปเยือนวอชิงตัน ดี.ซี. ครั้งล่าสุด อัลท์แมนได้พูดคุยกับรองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ฝ่ายดูแลกฎระเบียบ โดยเขาบอกว่า “บางส่วนของตลาดแรงงานจะหายไปโดยสิ้นเชิง” เพราะถูกแทนที่ด้วย AI
เขายกตัวอย่างงานฝ่ายบริการลูกค้าว่า
- เวลาคุณโทรหาฝ่ายบริการลูกค้า ตอนนี้ที่กำลังพูดคุยไม่ได้ใช่คน แต่เป็น AI ที่ทำหน้าที่แทน
- ไม่มีระบบเลือกเมนูหรือการโอนสายให้ปวดหัวอีกแล้ว
- AI ตัวนี้สามารถให้บริการได้เหมือนเจ้าหน้าที่จริงๆ ที่มีความฉลาดและความสามารถสูง
- ไม่มีความผิดพลาด ตอบไว แค่โทรครั้งเดียวงานก็เสร็จ
ความจริงที่ยังต้องจับตามอง
เรื่องนี้ยังมีนักวิจารณ์หลายคนสงสัยว่า AI จะมาแทนที่คนได้เต็มร้อยจริงหรือ เพราะ AI ยังมีข้อผิดพลาดและทำงานไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร
และยังมีกรณีบริษัทที่พยายามใช้ AI แทนแรงงานมนุษย์ อย่างเช่นบริษัท Duolingo ที่เจอเสียงวิจารณ์หนัก หรือ Klarna ที่เคยบอกว่า AI จะทดแทนพนักงาน 700 คน แต่สุดท้ายก็ย้อนกลับไปต้องใช้มนุษย์เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า
ลูกค้ากับ AI ในบริการลูกค้า
ผลการศึกษาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า
- ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่ชอบใช้ AI ในบริการลูกค้า
- เพราะ AI บางครั้งทำให้เกิดความสับสนหรือความไม่พอใจ เช่น AI ช่วยเขียนโค้ดที่มีบั๊กทำให้ผู้ใช้ล็อกเอาต์ออกโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้ว AI อ้างว่าเป็น “นโยบายใหม่” ซึ่งจริงๆ เป็นความผิดพลาดของ AI
สรุปภาพรวมอนาคตของ AI ในงาน
แซม อัลท์แมน กำลังจินตนาการถึงโลกที่ AI มาแทนที่คนทำงานเต็มตัว ถึงแม้สิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริงหรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย แต่ในฐานะผู้นำบริษัท AI ชั้นนำ เขาก็มีแรงจูงใจสูงที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้
ดังนั้น คน Gen Y และ Gen Z ที่เพิ่งเริ่มทำงาน กำลังมองหาธุรกิจส่วนตัว หรือคนที่อยากสร้างคอนเทนต์ ควรจะลองศึกษาและทำความเข้าใจ AI ให้ดีกว่าเดิม ถึงข้อดี ข้อเสีย และโอกาสที่เครื่องมือ AI จะช่วยให้คุณทำงานหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น
ที่มาของข้อมูล https://au.news.yahoo.com/sam-altman-says-openai-poised-130000116.html













